Copyright © 2005
meepahdpotranandana.Com
All rights reserved

ปล่อยเงินบาทลอยตัว คำทำนายที่แม่นยำจาก มีพาศน์ โปตระนันทน์
ข่าวจาก “คู่แข่งรายสัปดาห์ 7-13 กรกฎาคม 2540 หน้า 1”

          กันยายน 2539 “คู่แข่งรายสัปดาห์ เคยนำเสนอแนวคิดของนายมีพาศน์ โปตระนันทน์ อดีตผู้บรรยายพิเศษคณะนิติศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งแนะนำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้มาตรการค่าเงินบาทลอยตัว เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ทว่าช่วงนั้นยังไม่มีใครเห็นด้วย
          แต่เมื่อปัญหายังคงรุนแรงต่อเนื่องในที่สุด ธปท. ก็ตัดสินใจใช้มาตรการค่าเงินบาทลอยตัว ดังที่นายมีพาศน์ เคยเสนอแนะไว้จนได้ กรอบหน้านี้จึงขอนำข้อเสนอจากนายมีพาศน์ มาเผยแพร่ซ้ำอีกวาระ
          เมื่อครั้งที่เสนอแนวคิดในเรื่องนี้ นายมีพาศน์กล่าวถึงการยกเลิกสูตรตะกร้าเงินบาทว่าในที่สุดไทยคงจะต้องยกเลิกใช้ระบบตะกร้าเงิน แล้วปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัว ด้วยมาตรการนี้ ธปท. จะเข้าแทรกแซงกลไกของตลาดเงินน้อยลง ขณะเดียวกัน ธปท. ก็ต้องดำเนินมาตรการที่จะทำให้อัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงด้วย
          ซึ่งหากกระทำได้ตามขั้นตอนนี้ เศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นจากห้วงวิกฤตในระยะเวลาไม่นาน อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจเติบโตต่อไปได้ถึง 9-11 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในระดับไม่เกิน 4 เปอร์เซ็นต์ สินค้าส่งออกก็จะขยายตัวสูงขึ้น
          นายมีพาศน์ ระบุในครั้งนั้นด้วยว่า ในกรณีที่เงินบาทลอยตัวสูงขึ้น (ค่าเงินแข็งขึ้น) สินค้าประเภททุน เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์และอะไหล่ ชิ้นส่วน วัตถุดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ จะมีราคาต่ำลง ผลดีคือ ราคาสินค้าในประเทศเราก็ต่ำลง ส่วนสินค้าออกก็จะมีต้นทุนต่ำลงด้วย
          อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทจะไม่สูงขึ้นมากจนเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจ เพราะถ้าค่าเงินบาทมีการปรับตัวสูงขึ้นเกินความเป็นจริง การส่งออกก็จะชะลอตัวลงเอง ส่งผลให้การไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศลดลงและอัตราดอกเบี้ยก็จะสูงขึ้นตามธรรมชาติ เมื่อนั้น เงินบาทก็จะแข็งตัวต่อไปไม่ได้

          ธปท. ไม่ควรเข้าไปคอยทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าความเป็นจริงไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดจนเศรษฐกิจปั่นป่วนเสียหายและตกต่ำอย่างในปัจจุบัน
          แต่สิ่งที่ ธปท. สมควรกระทำก็คือ การรับซื้อคืนพันธบัตรภาครัฐให้มากๆ เพื่อเสริมสภาพคล่อง อันจะทำให้อัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงตามกลไกตลาด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงตามไปด้วย
          นายมีพาศน์ชี้ว่า การปรับเปลี่ยนระบบตะกร้าเงินเป็นระบบลอยตัวเป็นมาตรการที่มีความเหมาะสมและถูกต้อง โดยมีกรณีตัวอย่างที่ใช้มาตรการนี้ และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมาแล้ว เช่น สิงคโปร์ เกาหลี และไต้หวัน ซึ่งใช้ระบบลอยตัวมานานแล้ว ประเทศเหล่านี้ต่างประสบผลสำเร็จจนกลายเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
          นายมีพาศน์แนะด้วยว่าหากทางการจะหันมาใช้นโยบายลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการส่งออกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องวิตกเรื่องปัญหาเงินเฟ้อหรือปัญหาสินค้าราคาแพง เพราะปัญหาดังกล่าวนี้มีแนวทางป้องกันอยู่แล้ว โดยการปล่อยให้ค่าเงินบาทลอยตัวสูงขึ้น เลิกจำกัดการขยายโรงงาน และจะต้องส่งเสริมการลงทุนให้ทุกรายเพื่อให้เกิดการผลิตเพิ่มขึ้น การส่งออกเพิ่มขึ้น รัฐก็จะจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
          แล้วในที่สุด 2 กรกฎาคม 2540 ธปท. ก็ประกาศยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบตะกร้าเงิน (Basket of Currency) หันมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Managed Float)