Copyright © 2005
meepahdpotranandana.Com
All rights reserved

กระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ต้องกู้เงิน
มีวิธีทำได้และจะมีผลแรงกว่าด้วย

กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2552

-------- ตามที่นายกรัฐมนตรีกำลังพิจารณากู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนเป็นแสนล้านบาท ซึ่งคงจะมีทั้งกู้จากต่างประเทศ และกู้ภายในประเทศด้วยนั้น ก็อาจได้ผลบ้าง แต่ประเทศไทยจะต้องเป็นหนี้และเสียดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลด้วย

-------- สิ่งที่ควรทำ ยิ่งกว่าการกู้เงิน ก็คือน่าจะเอาเงินสำรองเงินตราต่างประเทศ(ส่วนมากเป็นดอลล่าร์) ที่แบงก์ชาติเก็บเอาไว้ถึงกว่า 3,000,000 ล้านบาท เอามากระตุ้นเศรษฐกิจแทนเงินกู้ดังกล่าวก็จะได้ผลดีมาก โดยประเทศไทยไม่ต้องเป็นหนี้ใคร (ซึ่งถ้าจะมีใคร คัดค้านว่าขัดต่อกฎหมายเราก็สามารถแก้กฎหมายได้โดยออก พ.ร.ก.) โดยไม่มีผลเสีย และจะมีเงินมากระตุ้นมากกว่าที่จะได้จาก การกู้เงิน หลายเท่าตัว

-------- การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ใกล้จะ "เผาจริง" เช่นนี้ จำเป็นต้องใช้ความคิดริเริ่ม และความกล้าหาญ จะมัวใช้วิธีธรรมดา น่าจะไม่ถูกต้อง

-------- เงินสำรองเงินตราต่างประเทศ ดังกล่าวน่าจะให้แบงค์ชาติเอาออกมาแทรกแซงให้ค่าเงินบาท ที่กำลังแข็งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ให้อ่อนลง เมื่อค่าเงินบาทแข็งขึ้นสัก 10% เงินบาทในมือประชาชนทั้งประเทศจะมีค่าสูงขึ้นมาก ประชาชน จะมีฐานะดีขึ้น และมีกำลังซื้อสูงขึ้นตามการผลิตเพื่อใช้เองภายในเทศก็จะสูงขึ้นจนเกิน 60 % ของจีดีพี ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องพึ่ งการส่งออก มากเกินไป จีดีพี และรายได้ประชาชาติก็จะสูงขึ้นโดยรวดเร็วและยั่งยืน เศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

-------- การลงทุนโดยรวม และการผลิตเพื่อการส่งออก ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากด้วยและเมื่อประเทศไทยร่ำรวยขึ้น ค่าเงินบาท ก็จะยิ่งมีแนวโน้มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนค่าเงินเยนและค่าเงินของประเทศในยุโรปตะวันตก ซึ่งแบงก์ชาติจะต้องปล่อยค่าเงินบาท ให้ลอยตัวแข็งขึ้น อย่างค่อนข้างเสรี โดยไม่ควรไปนั่งเปรียบเทียบกับค่าเงินของประเทศอื่น ซึ่งปัจจัยพื้นฐานไม่เหมือนกัน

-------- นโยบายการเงินที่ต้องคอยระวังเปรียบเทียบค่าเงินนั้น ได้ทำให้เราหวั่นไหวเสียโอกาส ในการปล่อยให้ ค่าเงินบาทแข็งขึ้น และเศรษฐกิจรุ่งเรืองมาตลอด จึงควรเลิกปฏิบัติได้แล้ว

-------- ส่วนกลุ่มผลประโยชน์ ที่อยากให้ค่าเงินอ่อนนั้น ความจริงก็มีอยู่น้อย ซึ่งเราควรเอาอย่างประเทศจีน โดยช่วยเหลือให้เขา เปลี่ยนกิจการเป็นธุรกิจอื่นที่ช่วยตัวเองได้

-------- ถ้าเราปรับปรุงโครงสร้างนโยบาย พื้นฐานของเราให้ถูกต้องดังกล่าวแล้ว และลดอัตราดอกเบี้ยลงมากๆ เราก็จะผ่านพ้น วิกฤตการณ์ทางการเงินของโลกไปได้ในที่สุด

-------- และถ้าเราปล่อยให้มีการลงทุนและการแข่งขันเสรีอย่างสูงสุดมาก ในทุกภาคเศรษฐกิจทำนองเดียวกับในเสิ่นเจิ้น ไม่นานนัก จีดีพี และรายได้ประชาชาติของเราน่าจะโตถึงปีละ 9% คือ เกือบเท่ากับจีน หรืออินเดีย จนเรารวยเท่ายุโรปตะวันตก และไต้หวัน ได้ภายในสิบกว่าปี คนยากจนจะเหลือไม่เกิน 1-2% ซึ่งรัฐบาลจะมีงบประมาณพอจะเลี้ยงดูได้

-------- ประเทศไทยก็จะเหลือแต่ หน่วยการผลิตที่แข็งแรง แข็งแกร่ง และมีกำไรเท่านั้น จะไม่มีหน่วย การผลิตที่อ่อนแอ เหลืออยู่ นั่นคือ ประเทศเราจะร่ำรวยและอยู่แนวหน้าของโลก และรัฐบาลจะอยู่ได้นานมาก


___________________________________________________________

กรรมการกฤษฏีกา อาจารย์ผู้บรรยายชั้นปริญญาโท คณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ฯลฯ
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฏีกา ฯลฯ